Make your own free website on Tripod.com
               
เลือกดื่มนมชนิดไหนดีที่สุด
   
       มีรายงานจากวารสารทางการแพทย์ของประเทศอังกฤษแจ้งว่า แคลเซี่ยมช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โดยคนที่อ้วนมากมีไขมัน
มาก ไขมันจะช่วยผลิตกรดในน้ำดี กรดทำให้ลำไส้ละคาย และสร้างเซลล์ผิดปกติจนเป็นมะเร็งได้ แต่แคลเซียมจะช่วยลดการผลิตกรด
จึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ ดังนั้นคนที่ดื่มนมเป็นประจำจึงช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ได้
       นม ในท้องตลาดทุกวันนี้มีมากมาย คิดอยากจะดื่มนมสักแก้ว ก็งงๆอยู่เหมือนกันว่า จะเลือก
ดื่มแบบไหน จึงจะให้คุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด

                     " เลือกดื่มนมสดรสจืด และเป็นชนิดที่ผ่านการ พาสเจอไรซ์ ดีที่สุด "

       สาเหตุที่ให้เลือกนมรสจืดนั้น เพราะเคยได้ยินกับปากผู้ผลิตเองว่า นมรสจืดนั้นเราจะได้นม
สดแท้ๆ 100% ส่วนนมที่นำไปปรุงแต่งรสและสีนั้นจะไม่ได้นสด 100% เพราะเนื่องจากต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายไปกับค่าน้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆจึงจำเป็นต้องลดเปอร์เซ็นต์ของนมลงไปมาก  เพื่อ
ไม่ให้ขาดทุน
ด้วยเหตุนี้การดื่มนมรสต่างๆที่ไม่ใช่นมสดรสจืดจึงได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยลง
ไม่เหมือนกับการดื่มนมสดรสจืดที่จะได้สารอาหารเต็มที่และอีกเหตุผลหนึ่งคือการดื่มนมรสอื่นที่
มีความหวานนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุได้
         สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมต้องเป็นนมชนิดที่ผ่านการพาสเจอไรซ์นั้น ก็คงจะตอบได้ว่า เพราะนมสดชนิดนี้สูญเสียคุณค่าอาหารในนม
น้อยเนื่องจากใช้ความร้อนที่ไม่สูงมาก ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในนม


       นมที่เราเห็นวางขายอยู่ในท้องตลาดทุกชนิด ต้องผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ที่มีอยู่ในนมก่อนออกวางจำหน่าย เนื่องจากไม่ว่า
จะเป็นนมที่ผ่านการรีดที่ได้มาตราฐาน แล้วก็ตามก็อาจมีจุลินทรีย์ปนเปื่อนลงไปในนมบ้างเล็กน้อยที่พร้อมจะขยายจำนวนย่อยนมให้เป็น
สารโมเลกุลเล็ก และเป็นนมบูดได้ในที่สุด



กระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื่อนในนมที่ใช้โดยทั่วไปมี 2 วิธีคือ

     
1. แบบพาสเจอไรซ์ เป็นการใช้ความร้อนปานกลางระยะเวลาพอเหมาะ แล้วนำไปทำให้เย็นทันทีที่อุณหภูมิต่ำกว่า10 องศาเซลเซียส
ซึ่งความร้อนขนาดนี้สามารถทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับคนได้เท่านั้น ไม่ได้ทำลายจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในนมทั้งหมดที่มีอยู่ในนม แต่มี
ข้อดีที่ความร้อนขนาดปานกลางนี้ ทำให้คุณค่าทางอาหารไม่สูญเสียไปมาก

     
2. แบบสเตอริไลเซชั่น  แบบนี้เป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด โดยใช้ความร้อนสูง ภายใต้ความกดดันอากาศจำนวนหนึ่งและใช้
เวลาน้อยมากเพียง 2-4 วินาทีเท่านั้น  การใช้ความร้อนสูงนั้น ทำให้สารอาหารและวิตามินสูญเสียไปด้วย นมสดชนิดนี้จึงมีคุณค่าทาง
อาหารน้อยกว่านมสดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแบบพาสเจอไรซ์



จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นนมพาสเจอไรซ์

        นมพาสเจอไรซ์ในเมืองไทย ส่วนมากบรรจุอยู่ในขวดพลาสติก และในถุงพลาสติกสีทึบบางยี่ห้อบรรจุในกล่องกระดาษก็มีหรือที่ข้าง
ขวดระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นนมพาสเจอไรซ์ และที่สังเกตได้ชัดที่สุดคือนมชนิดนี้ เวลารอการจำหน่าย หรือตลอดระยะเวลาการขนส่ง
ต้องแช่เย็น รักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสไว้ เพื่อไม่ให้นมบูดเสีย


        ส่วนนมประเภทสเตอรีไลส์นั้นไม่จำเป็นต้องแช่เย็นไว้ เพระได้ใช้ความร้อนสูงฆ่าเชื้อทุกชนิดไปเรียบร้อยแล้ว นมประเภทนี้มักจะ
บรรจุในกระป๋องหรือกล่องที่รู้จักกันในรูป ยู เอช ที
       
  นมเปรี้ยวมีคุณค่าเทียบเท่านมสดหรือไม่

                                                         คำตอบสั้นๆก็คือ " เทียบไม่ได้ "

        นมเปรี้ยวเป็นนมที่เกิดจากการหมักนมด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่คัดเลือกแล้วบางชนิดที่มีอยู่ในธรรชาติ ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งหน้าที่
ของจุลินทรีย์ตัวเล็กๆเหล่าี้นี้ ก็คือการเปลี่ยนน้ำตาลในนมเป็นกรดแลคติคที่มีรสเปรี้ยว  ก่อนจะเปลี่ยนกรดแลคติคให้มีรสเปรี้ยวนั้น เขา
จะนำไปหมัก คือไปบ่มที่อุณหภูมิประมาณ 45-50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง ในระหว่างนี้แหละจุลินทรีย์จะเจริญเติบโต เพิ่ม
จำนวนมากขึ้น มีการใช้น้ำตาลแลคโตส ซึ่งมีอยู่ในนมไป และมีการสร้างกรดแลคติกขึ้นมา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์นมนั้นมีรสเปรี้ยว
       
        ปัจจุบันนมเปรี้ยวในท้องตลาดโดยทั่วไป มีอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นนมเปรี้ยวชนิดกึ่งแข็งกึ่งเหลว เรียกกันว่าโยเกิร์ต ซึ่งมีทั้งชนิด
ที่ไม่มีการแต่งรส และแต่งรสด้วยผลไม้ชนิดต่างๆ

        นมสดชนิดไม่แต่งรสนั้นเกือบจะพูดได้ว่า มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับนมสด เมื่อเทียบกับปริมาณที่เท่ากัน เพราะใช้นมเกือบ 100% ในการทำ  ส่วนโยเกิร์ตชนิดแต่งรสนั้นใช้นมสดเพียงประมาณ 72-75% เท่านั้น

        นมเปรี้ยวอีกชนิดหนึ่ง เป็นชนิดพร้อมดื่ม มีชื่อเรียกต่างกันไปหลายชื่อ ปริมาณเปอร์เซ็นต์ของนมสดที่ใช้ก็แตกต่างกันมากโดยทั่ว
ไปมีนมสดตั้งแต่ 50-85% และบางชนิดยังทำให้เจือจางด้วยน้ำผลไม้ที่ใช้แต่งรสและกลิ่น และอาจทำจากนมที่ขาดมันเนยอีกด้วย
ซึ่งทำให้คุณค่าทางโภชนาการด้อยกว่านมสดมากและปริมาณบรรจุก็น้อยกว่ามาก

        จึงสรุปได้ว่า การบริโภคนมเปรี้ยวจะได้คุณค่าทางอาหารน้อยกว่านมสด และเมื่อยิ่งเทียบปริมาณที่เท่ากันและราคาด้วยแล้ว ต้อง
บอกว่า เทียบกันไม่ได้เลย เพราะราคาของนมเปรี้ยวสูงกว่ามาก เมื่อเทียบคุณค่าทางโภชนาการต่อ 1 กล่อง ขนาดบรรจุโดยทั่วไปแล้ว
นมสดตามขนานบรรจุปกติประมาณ 200-250 มิลลิลิตร ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า นมเปรี้ยวซึ่งมีขนาดบรรจุโดยทั่วไป ตั้งแต่
80 มิลลิลิตร - 180 กรัม และราคานมสดก็ถูกกว่า
  เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว ท่านผู้อ่านก็คงจะตอบตัวเองได้ว่า จะดื่มนมชนิดไหนดี