Make your own free website on Tripod.com
               
ฝ้ารักษาให้หายได้ไหม
         
  เป็นคำถามที่มีผู้สงสัยกันมากเหลือเกิน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับฝ้ากันก่อนว่า ฝ้ามี 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
     
    ฝ้าตื้น            ลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลดำเห็นขอบชัดเจน เกิดจากเม็ดสีที่เพิ่มมากขึ้นในชั้นหนังกำพร้า
                   รักษาให้จางลงได้ง่าย เนื่องจากอยู่ที่เซลล์ผิวหนังชั้นบนสุด


ฝ้าลึก            เกิดที่ผิวหนังชั้นหนังแท้ จึงเห็นรอยขอบฝ้าไม่ชัดเจน มีสีม่วงอมน้ำเงินจางๆดูเหมือนรักษา
                   ง่าย แต่ความจริงแล้ว รักษาได้ยากกว่า


ฝ้าแบบผสม 
   คือฝ้าที่มีลักษณะของฝ้าตื้น และฝ้าลึกปนกัน บริเวณที่เป็นฝ้าตื้น จะจางลงก่อนเมื่อเราดูแล
                   รักษา แต่ฝ้าลึกจะหายได้ยากกว่า
   
         
          ฝ้าทั้ง 3 แบบ เกิดจากการเสื่อมสภาพหรือเสียสมดุลของเซลล์สร้างเม็ดสี ( Melanocytes ) จากสาเหตุหลักคือ การทำลาย
ของอนุมูลอิสระที่เกิดมากขึ้น เมื่อร่างกายมีความเครียด ระดับฮอร์โมนเพศมีการเปลี่ยนแปลง , พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือขาดสาร
อาหารบางชนิด หรือได้รับการกระตุ้นจากรังสียูวี ซึ่งโดยปกติร่างกายจะมีกลไกธรรมชาติ ในการปกป้องร่างกายด้วยการผลิต
เม็ดสีเมลานิน เพื่อปกป้องผิวและอวัยวะที่อยู่ลึกลงไปไม่ให้ถูกแสงแดดทำร้าย โดยผิวจะคล้ำขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถูกกระตุ้นด้วย
แสงแดด และเมื่อผิวไม่ถูกแสงแดด เซลล์สร้างเม็ดสีจะลดการทำงานลง ผิวจะสีจางลงเป็นปกติ เหมือนก่อนโดนแสงแดด โดยสีผิว
จะเข้มขึ้นหรือจางลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการกระจุกตัวของเม็ดสีเหมือนผู้มีปัญหาเรื่องฝ้า แต่ในผู้ที่เป็นฝ้า จะมีความผิดปกติของ
เซลล์สร้างเม็ดสีที่สร้างเม็ดสีมากกว่าปกติ และมีการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดเป็นรอยกระจุกตัวรวมกันของเม็ดสีบริเวณ
ผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นรอยฝ้าบนใบหน้าอย่างชัดเจน



         การแก้ปัญหาฝ้าให้จางลงอย่างถูกต้องนั้น จึงควรเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นสาเหตุ
ของการเสื่อมสภาพหรือเสียสมดุลของเซลล์สร้างเม็ดสี จะช่วยปรับการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ให้เข้าสู่สภาวะปกต
การพยายาม
ทำให้ร่างกายอยู่ในสมดุล ลดการทำให้เซลล์เสื่อมลงจากอนุมูลอิสระเมื่อระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างปกติ ก็จะลดการเป็น
ฝ้าได้ โดยมีการพบว่าสมุนไพรบางชนิด และกลุ่มวิตามินที่มีข้อมูลว่า ทำให้ผิวพรรณแข็งแรง โดยมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
และช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ไปยังผิวหนังได้ดี จะช่วยปรับสมดุลของระบบภายใน มีผลให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง ปัญหาเรื่องฝ้า
ก็จะลดลง


         การใช้สมุนไพรและวิตามินเสริมนี้ จะต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อง และมีระยะเวลานานพอสมควร อย่างน้อย 2-3 เดือน
เพื่อร่างกายจะสามารถปรับตัว ให้การทำงานของระบบต่างๆ โดยเฉพาะการทำงานของระบบการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังให้กลับสู่
สภาวะปกติ จึงนับได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ ที่เป็นการแก้ไขปัญหา เรื่องฝ้าที่ตรงจุด