Make your own free website on Tripod.com
               
อาหารมังสวิรัติ
                 
         ปัจจุบันยอดการเปิดร้านขายอาหารมังสวิรัติมีเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้นิยมอาหารประเภทนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น
คำถาม ในใจของคนหลายคนว่าอาหารมังสวิรัติดีจริงหรือ.......
 
     
 
       
   

       คำว่า มังสวิรัติ ตามรากศัพทแปลว่าการงดเว้นเนื้อสัตว์ แต่คำว่าเนื้อสัตว์ในที่นี้ก็มีผู้แปลความหมาย
ต่ออีกว่าเนื้อสัตว์ก็คือเนื้อสัตว์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับผลิตผลจากสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นนมหรือไข่ก็ตาม แต่
บางกลุ่มหมายรวมถึงการงดเว้นไข่และนมด้วย ด้วยเหตุนี้จึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน


         
 • ประเภทที่ 1 เป็นแบบเคร่งครัด  เป็นมังสวิรัติที่กินเฉพาะอาหารจากธัญญพืชผักผลไม้เพียงอย่าง
เดียวไม่มีอาหารพวกเนื้อสัตว์ไข่นมและอาหารที่มีส่วนประกอบของไข่และนมอยู่ด้วย

          
• ประเภทที่ 2 เป็นมังสวิรัติชนิดดื่มนม คือจะงดเว้นเฉพาะเนื้อสัตว์ไข่และอาหารที่ทำจากไข่เท่านั้น
แต่ไม่งดเว้นนม

          • ประเภทที่ 3 เป็นมังสวิรัติชนิดดื่มนม และกินไข่ได้ จะงดเว้นเฉพาะอาหารเนื้อสัตว์ และอาหารที่มี
ส่วนประกอบของเนื้อสัตว์อยู่ด้วยเท่านั้น

 
       
          เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นมังสวิรัติชนิดใดก็ตาม ไม่มีประเภทใดที่กินเนื้อสัตว์เลย ทั้งสามประเภทกินอาหารที่ประกอบไปด้วยผัก
ผลไม้เป็นหลักซึ่งเป็นอาหารที่มีกากใยสูง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ สมัยใหม่พบว่า
อาหารประเภทกากใยมีความสำคัญ นับตั้งแต่มีส่วน
ในการป้องกันท้องผูก จนถึงช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอล และช่วยป้องกันการเกิดนิ่ว และมีส่วนป้องกันมิให้เกิดมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่


         
กากใยดังกล่าวนี้ ในด้านโภชนาการ หมายถึงส่วนที่กินได้ของพืชผัก และผลไม้ที่ไม่ถูกย่อยโดยเอ็นไซม์ในระบบการย่อยของร่าง
กายมนุษย์ กากใยจะมีอยู่ในพืชผักผลไม้เท่านั้นไม่มีในเนื้อสัตว์เลย


         วิทยาการทางการแพทย์ปัจจุบัน ยืนยันว่ามนุษย์ดำรงชีวิตได้ด้วยสารอาหารจากพืชเท่านั้น ไม่ต้องพึ่งสัตว์เลยก็อยู่ได้ แต่ถ้าคนจะ
พึ่งแต่เนื้อสัตว์ และสารอาหารต่างๆจากสัตว์เท่านั้นต่างหากที่จะอยู่ไม่ได้ เพราะสารอาหารหลายอย่างเช่น กรดไลโนเลอิก (Linoleic
Acid)ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สำคัญสำหรับคนร่างกายของคนเราสังเคราะห์เองไม่ได้นั้นจะมีอยู่มากในน้ำมันพืชต่างๆเท่านั้นมีไม่เพียงพอ
ในเนื้อสัตว์และน้ำมันจากสัตว์



ผู้ที่เลือกกินอาหารมังสวิรัติเป็นประจำจะขาดสารอาหารหรือไม่......

           
สำหรับผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติประเภทที่ 2 และ 3 นั้นคงจะไม่มีปัญหาเนื่องจากได้ไข่และนม เป็นโปรตีนที่สำคัญอยู่แล้ว ส่วน
มังสวิรัติแบบเคร่งครัดอาจจะมีคำถามว่าขาดสารอาหารหรือไม่

           
จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ได้ยืนยันแล้วว่าในพืชผักบางชนิด เช่น ถั่วเหลืองมีโปรตีนสูง โปรตีนในถั่วเหลือง
สุงถึงร้อยละ 34 ซึ่งมากกว่าโปรตีนจากเนื้อหมู่ประมาณ 2 เท่า
ดังนั้นถ้าผู้ที่กินมังสวิรัติแบบเคร่งครัดรู้จักเเลือกกินถั่วเหลืองและอาหาร
ที่ผลิตที่ผลิตจากถั่วเหลือง เช่นพวกเต้าหู้แข็ง เก้กฮวย และอื่นๆ เป็นประจำ ก็จะไม่ขาดสารอาหารโปรตีน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกินพืชผัก หลายๆชนิดรวมกันเพื่อให้ได้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน โปรตีนจากพืชมีข้อด้อยกว่าจากสัตว์ในเรื่องนี้ เนื่องจากโปรตีน
จากสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่ายกายครบทกตัว

           คนทั่วไปโดยปกติใน 1 วัน ควรได้รับโปรตีนประมาณ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก แต่สำหรับเด็ก หญิงมีครรภ์ และหญิงให้
นมบุตรควรรับประทานให้มากขึ้น

            
จากการศึกษาในกลุ่มมังสวิรัติของหลายๆประเทศพบว่า กลุ่มมังสวิรัติประเภทเคร่งครัดมักมีการขาดสารพวกวิตะมินบี12 จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคโลหิตจางและมความผิดปกติของระบบประสาท นอกจากนั้นยังมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
ร่วมด้วย จึงนับว่าวิตะมินบี12 เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจะขาดเสียมิได้ ด้วยเหตุนี้องค์การอาหารและเกษตร ร่วมกับองค์การอนามัยโลก กำหนดให้คนเราควรได้รับวิตะมินบี12 วันละ 2ไมโครกรัม

            
 ในไข่ไก่ 1 ฟองจะมีวิตะมินบี12 อยู่ประมาณ 1ไมโครกรัม
             นม 1 แก้ว มีวิตะมินบี12 อยู่ประมาณ 1 ไมโครกรัม

             
ฉะนั้นถ้าเรากินไข่วันละ 1 ฟอง และดื่มนมวันละแก้ว หรือไม่กินไข่แต่ดื่มนมวันละ2แก้วเราก็จะได้วิตะมินบี12 เพียงพอกับ
ความต้องการของร่ายกาย

             สำหรับผู้ที่กินมังสวิรัติแบบเคร่งครัดนั้นจะต้องกินอาหารประเภทที่หมักจากถั่ว และพืชต่างๆ เช่น เต้าเจี้ยว กระปิเจ ผักกาด
ดอง ถั่วหมัก ฯลฯ แต่อาหารเหล่านี้มักมีวิตะมินบี12 อยู่ไม่มาก ดังนั้นควรเสริมด้วยการกินวิตะมินบี12 ในรูปของวิตะมินเม็ดทดแทน

             อย่างไรก็ต่ามผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติอาจขาดสารอาหารประเภทอื่นได้อีกเช่นแคลเซียม คาร์โบไฮเดรท ไขมัน ดังนั้นการกิน
หารแต่ละมื้อควรยึดอาหาร 5หมู่ไว้เป็นหลักร่างกายจะได้ไม่ขาดสารอาหารใดๆ