Make your own free website on Tripod.com
               
น้ำเต้าหู้
   
ใครๆก็รู้จักน้ำเต้าหู้ และหลายคนก็ลิ้มรสความอร่อยของน้ำเต้าหู้มาแล้ว...

         
น้ำเต้าหูู้ เป็นเครื่องดื่มของคนจีน เมื่อคนจีนมาอยู่ในเมืองไทยจึง ได้นำเอาของดีๆอย่าง น้ำเต้าหู้มาเผยแพร่ในเมืองไทย
คนจีนเขาเรียกว่า เต่าหู่เจีย เต่าแปลว่าถั่ว แปลแล้วได้ความหมายว่า
"น้ำจากถั่ว"  คนไทยเรียกเสียงเพี้ยนจาก "เต่าหู่"เป็น "เต้าหู้"
จึงได้เรียกทันศัพท์มาว่า
"น้ำเต้าหู้" แล้วเราก็เรียกกันแบบนี้มาแต่สมัยโบราณ ในปัจจุบันเราเรียกน้ำเต้าหู้นี้ว่า "น้ำนมถั่วเหลือง"
น้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลือง ทำจากถั่วเหลืองซึ่งอุดมไปด้วย
โปรตีน 40-50%
 
         เมื่อทำออกมาเป็นน้ำเต้าหู้แล้ว นำมาเปรียบเทียบกับนมวัว พบว่าปริมาณของโปรตีนในนมวัว และน้ำเต้าหู้มีค่าใกล้เคียงกัน
โปรตีนในถั่วเหลืองยังช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมในหญิงสาวอีกด้วย แต่ในน้ำเต้าหู้จะมีปริมาณของเกลือแร่บางชนิดต่ำกว่าในนมวัว

         
จากการเล็งเห็นถึงประโยชน์ของน้ำเต้าหู้แล้วและด้วยราคาต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงนัก จึงทำให้มีบริษัทหลายบริษัท  ได้ดัด
แปลงการทำน้ำเต้าหู้บรรจุใส่ขวดบ้าง ทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้ให้ความสนใจ โดยเฉพาะนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิด
สนิทได้จัดเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ได้กำหนดให้นมถั่วเหลืองที่บรรจุขวดหรือกล่อง จะต้องมีโปรตีนจากถั่วเหลืองไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 2 ของน้ำหนักมีไขมันจากถั่วเหลืองไม่น้อยกว่า้ร้อยละ 1 ของน้ำหนักไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคหรือสาร
พิษจากุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงต้องนำน้ำนมถั่วเหลืองไปผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อน

การพาสเจอร์ไรซ์  ซึ่งจะสามารถทำให้เก็บนมถั่วเหลืองไว้ในตู้เย็นได้นาน 5 วัน แต่ถ้าจะเก็บนานกว่านั้น ต้องเป็นนมถั่วเหลืองที่
ผ่าน
การสเตอริไลส์ เราสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือน โดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น

         จากจุดด้อยของนมถั่วเหลืองที่มีสารเกลือแร่บางตัวน้อยกว่าในนม เช่นมีปริมาณของแคลเซียมน้อยกว่า   การทำน้ำนมถั่ว
เหลืองบรรจุกล่องจึงได้มีการเติม
แคลเซี่ยมฟอสเฟต เพื่อให้เพียงพอกับการสร้างกระดูกและฟันในทารกและเด็ก
  เรามาดูวิธีการทำน้ำเต้าหู้กัน

ส่วนผสม


              ถั่วเหลือง                                 1/2              กิโลกรัม
              น้ำ                                         15               ถ้วย
              น้ำตาลทราย                             1                ถ้วย
              (ส่วนนี้จะได้น้ำเต้าหู้ที่ไม่หวาน ถ้าชอบหวานเติมได้ตามต้องการ)

วิธีทำ

              1. กะเทาะเปลือกถั่วเหลืองแล้วเอาเปลือกออกให้หมดล้างให้สะอาด
              2. นำถั่วเหลืองทั้งหมดไปแช่น้ำร้อนให้พองและนุ่ม
              3. เมื่อนุ่มและนำไปบดด้วยโม่หิน หรือใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ปั่นให้ละเอียด การปั่นด้วยเครื่องปั่นนั้นต้องเติมน้ำลง
                  ในถั่วเหลืองด้วย ใส่น้ำให้พอปริ่มๆถั่วเหลือง ใช้น้ำในส่วนที่ให้ไว้ แบ่งปั่นไปเรื่อยๆจนถั่วเหลืองหมด
              4. ผสมน้ำที่เหลือลงทั้งหมด กรองด้วยผ้าขาวบางเอากากถั่วเหลืองออก (กากถั่วเหลืองที่เหลือจะนำไปผสมทำอาหาร
                  อื่นๆได้ เช่น คุกกี้ หรือสับปนกับหมู เป็นบะช่อ)
              5. นำน้ำถั่วเหลืองที่ได้ต้มให้เดือด
              6. เติมน้ำตาลตามส่วนหรือตามชอบ
     
 

น้ำเต้าหู้ (ตำหรับใหม่)

ส่วนผสม

              ถั่วเหลือง                                    300           กรัม
              ถั่วลิสง                                       75             กรัม
              น้ำ                                            12             ถ้วย
              น้ำตาลทราย                                13/4           ถ้วย (หนึ่งเศษสามส่วนสี่ถ้วย)
              เกลือ                                         1-2            ช้อนชา

วิธีทำ

              1. กะเทาะเปลือกถั่วเหลืองออก ร่อนแล้วล้างให้สะอาด
              2. แช่น้ำร้อนจนถั่วนุ่ม
              3. คั่วถั่วลิสงให้เหลือง ร่อนเปลือกออกให้หมด
              4. บดถั่วเหลืองและถั่วลิสงรวมกันเติมน้ำลงส่วนหนึ่ง
              5. ผสมน้ำที่เหลือทั้งหมด กรองด้วยผ้าขาวบาง
              6. นำน้ำถั่วที่ได้ต้มให้เดือด
              7. เติมน้ำตาลและเกลือ

     
           บางท่านอาจจะไม่ชอบรสหวานจัด ของนมถั่วเหลืองที่บรรจุกล่องหรือขวด เราสามารถทำน้ำนมถั่วเหลือง หรือรสที่ต้องการ
กินเองในบ้านได้ ยิ่งมีน้ำปั่นผลไม้ด้วยแล้ว ต้องพูดว่าทำง่ายมากทำเก็บไว้ในตู้เย็น ให้สมาชิกในบ้านได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ต้มให้
เดือดใส่ภาชนะที่สะอาดที่ฆ่าเชื้อแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้นานหลายวัน หรือจะแช่ในช่องแข็ง เป็นเกร็ดไอกรีมเด็กๆก็ชอบ  ใส่
เครื่องได้สารพัดตามชอบ ถั่วเขียว ถั่วดำ ลูกเดือยหรือถั่วแดง ล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารทั้งสิ้น