Make your own free website on Tripod.com
               
ประเภทของผิวหน้าและการดูแลภายนอก
   
         เราคงจะไม่สามารถปฏิเสธ ว่าบริเวณส่วนของผิวที่สาวทุกคนให้ความใส่ใจ เป็นพิเศษในการดูแลรักษาคือ ผิวหน้า ซึ่งผู้หญิงแต่
ละคน มีลักษณะของผิวหน้าที่แตกต่างกัน ตามความสามารถผลิตน้ำมันของต่อมไขมันบนใบหน้าว่า มีมากหรือน้อย ซึ่งต้องการดูแล
ผิวหน้าต่างกันตามลักษณะของผิวดังนี้
 
    1. ผิวหน้ามัน

           คนที่มีผิวหน้ามันมักมีรูขุมขนโต เหตุที่หน้ามันก็เพราะต่อมไขมันที่เป็นตัวสร้างความ ชุ่มชื้นให้ักับผิวหน้าทำงานมากกว่าปกติ หน้ามันดูแลไม่ยาก เพียงแค่ล้างหน้าธรรมดา วันละ
2-3 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนๆก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากการล้างหน้าบ่อยมากอาจทำลายน้ำมัน ที่สร้าง
ความชุ่มชื้นของผิวหน้า ยกเว้นคนผิวหน้ามัน ซึ่งมีปัญหาเรื่องสิว จึงมักใช้สบู่สำหรับลดสิวที่
เรียกว่า แอ็กเน่-โซป (Acne Soap) สบู่กลุ่มนี้มักมีส่วนผสมของสาร (Resorcinol,Salicylic
Acid,Benzoyl peroxide ) ซึ่งมีฤทธิ์ลอกผิว และลดสิวอุดตันได้จริง แต่ก็มีผลให้หน้าแห้ง
จนบางครั้งแห้งมากเกินไป
 
     
               
         สาวผิวมันไม่ควรใช้ครีมทำความสะอาดหรือ Cleansing Cream ยกเว้นกรณีแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางหนักจน สบู่ธรรมดาล้างไม่
ออก และหลังใช้ครีมนี้ ควรล้างหน้าด้วยสบู่สำหรับผิวมันอีกครั้ง

       สาวผิวมันที่แพ้ง่ายด้วย ควรใช้สบู่ประเภท ไลปิด ฟรี คลีนเซอร์ (Lipid Free Cleanser) ซึ่งมีคุณสมบัติล้างเครื่องสำอางออกแล้ว
จะเหลือฟิล์มบางๆ เป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เคลือบผิวไว้

       สำหรับการบำรุงด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์นั้นแทบไม่มีความจำเป็นเลย สำหรับสาวผิวมัน เพราะน้ำมันบนผิวหน้าจะช่วยให้หน้าชุ่มชื้น
อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ดีสาวผิวมันควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน โดยเลือกชนิดที่มีความมันต่ำ

       ส่วนการแต่งหน้านั้นควรใช้รองพื้นชนิดน้ำเพื่อให้ติดหน้าทน และประเภทออยล์ฟรี (Oil Free) คือปราศจากน้ำมัน

       *รูขุมขนโต รูขุมขนโตก็ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่จะทำให้ผิวหน้าแลดูหยาบ รูขุมขนโตมักเกิดตามบริเวณด้านข้าง จมูกหรือบนจมูก
วิธีดูแลรักษารูขุมขนโต ที่นิยมกันคือ การกระชับรูขุมขนโดยใช้กรดวิตามินเอ (AHA) ทาที่บริเวณนั้น ซึ่งสามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้
ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะเปลี่ยนหรือทำให้รูขุมขนที่โตอยู่เรียบเนียน เช่นผิวหน้าปกติเป็นเรื่องยาก เนื่องจากผิวหน้าแต่ละประเภทนั้นเป็น
ธรรมชาติผิวของแต่ละบุคคล
 
               
 

2. ผิวหน้าแห้ง

         ทำให้แก่เร็ว เพราะผิวหนังที่แห้งเหี่ยวย่นได้เร็ว จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้สภาพผิวแห้งยังทำให้เกิดโรคหรือเสี่ยงต่อภาวะ
ผิวหนังอักเสบได้ง่ายด้วย ผิวแห้งที่พบทั่วไปมี 2 กรณีคือ

    2.1 ผิวแห้งที่ไม่มีอาการผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นพวกผิวเปราะบางดูแลยาก พออายุมากขึ้นผิวจะแห้งมากขึ้นตามวัยอันนี้คือผิวแห้งที่พบ
ได้ทั่วไป
    2.2 ผิวแห้งที่มีอาการผิดปกติหรือเป็นโรค สาเหตุของผิวแห้งคือ ผิวหนังชั้นบนขาดน้ำหรือมีปัญหาในการผลัดเซลล์หรือการลอกหลุด
ของผิวหนังชั้นบนไม่ดีพอ หรือจากปัจจัยภายนอก ได้แก่รังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด อากาศหนาว ความชื้นในอากาศต่ำ เช่นการอยู่
ในห้องปรับอากาศตลอดเวลา การสัมผัสสารเคมีบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สบู่ที่แรง การใจร้อนอยากสวยเร็วด้วยการไปทำทรีตเมนต์ที่ร้าน
เสริมสวยบ่อยๆ หรือลงมือเองที่่่่่่่บ้าน

    วิธีดูแลรักษาคือ การหลีกเลี่ยงตัวการของผิวแห้ง อาทิ การล้างหน้าอย่างรุนแรง การใช้น้ำอุ่นล้างหน้า การเข้าซาวน่า สัมผัสอากาศที่
ร้อนและเย็นเกินไป หลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นต้น สบู่ที่ควรใช้คือ สบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และมีความเป็นกรดด่าง (PH) ใกล้เคียงกับของ
สาวที่ชอบแต่งหน้าควรทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งครีม ที่เรียกว่าโคลด์ ครีม (Cold Cream) โดยไม่ต้องล้างด้วยสบู่

    ส่วนมอยซเจอร์ไรเซอร์ สำหรับสาวผิวแห้งควรมีส่วนผสมของสารที่เป็น (Humactant) หรือตัวอุ้มน้ำเพื่อป้องกัน การสูญเสียน้ำ และ
สารที่ให้ความชุ่มชื้น และสารที่เป็นไขมันเคลือบผิว เช่นพวก วาสลิน แว็กซ์ ลาโนลิน (Vaslin,Wax,Lanolin) เลือกชนิดที่ไม่แพ้ และที่
ไม่ควรลืมคือ ทายากันแดดทุกๆวัน การเลือกครีมลองพื้นควรใช้ชนิดที่เป็น ไฮโปอัลเลอร์จิก (Hypoallergic) คือพวกที่พบการแพ้น้อย
หรือกลุ่มเครื่องสำอางที่เลี่ยงน้ำหอม หรือปราศจากน้ำหอมและสารกันบูด

   
               
  3. ผิวหน้าธรรมดา

       มักไม่ค่อยมีปัญหา จึงเน้นที่ควบคุมสมดุลของผิว และปกป้องอันตรายจากภายนอก อาจใช้สบู่ธรรมดาได้ใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์และยา
กันแดดปกติทุกวัน